You are here
ไทยกับอิรัก Last News 

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอิรัก

หลายท่านอาจจะพอทราบข่าวและติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในอิรักที่ผ่านมานานนับกว่า 10 ปี ตั้งแต่สมัยของซัดดัม ฮุสเซ้น อดีตประธานาธิบดีของอิรัก ที่ได้ก่อให้เกิดสงครามสร้างความสูญเสียชีวิตผู้คนและเศรษฐกิจของประเทศตนเองอย่างมหาศาล เมื่อซัดดัม ฮุสเซ้นหมดสิ้นอำนาจลง ประเทศอิรักก็ถึงช่วงที่ต้องทำการฟื้นฟูประเทศ ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนและเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเร่งด่วน

ประเทศอิรักถือได้ว่าเป็นประเทศที่ไทยมีการส่งออกข้าวสารมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว และเมื่อช่วงวันที่ 28-29 มี.ค.2559 ประเทศไทยและประเทศอิรักได้มีโอกาสประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee : JTC) ครั้งที่ 4 ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยและกระทรวงการค้าอิรักเป็นประธานร่วม ส่วนสาระสำคัญในการจัดประชุมก็เพื่อที่จะได้หารือแนวทางส่งเสริมร่วมมือกันทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างสองประเทศ ทางอิรักเองได้มีการร้องขอความร่วมมือทั้งในด้านการเกษตร การธนาคาร สาธารณสุข การก่อสร้างที่พักอาศัย การวางแผนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การศึกษา และข่าวสารต่างๆ ซึ่งหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ของไทยก็มีความยินดีในความร่วมมือตามที่ทางอิรักได้ร้องขอมาโดยจะมีการพิจารณาตามความเหมาะสมในแต่ละด้านอีกครั้ง

จากการประชุมครั้งนี้ทางประเทศไทยคาดว่าจะได้รับประโยชน์เรื่องของการสร้างและขยายโอกาสในการที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเรื่องของการส่งออกข้าวของไทยที่จัดว่าเป็นภาคการส่งออกที่สำคัญ นอกจากนั้นยังมีผักและผลไม้กระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาจากยางพลาสติก และผลิตภัณฑ์พลาสติก พวกเครื่องประดับอัญมณี รองเท้า กระดาษ เป็นต้น ซึ่งประเทศไทยเองก็มีแนวโน้มส่งออกไปยังอิรักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

การส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างกันเพื่อที่จะได้เจริญสัมพันธไมตรีอันดีต่อของทั้งไทยและอิรัก  แต่ทั้งนี้ประเทศไทยเองก็ควรมีการตรวจสอบคุณภาพของสินค้าโดยเฉพาะข้าวสารก่อนที่จะมีการส่งออกไปยังอิรัก เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อปี 2557 ทางอิรักได้มีการตรวจสอบข้าวสารที่ไทยได้ส่งออกไปพบว่าด้อยคุณภาพ  จึงได้ประกาศทำการยุติการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้กว่าร้อยล้าน และกว่าที่ไทยจะสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาได้ก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เพราะไทยไม่ได้มุ่งหวังที่จะส่งข้าวออกเพียงอย่างเดียว ยังมีสินค้าอีกหลายอย่างที่ไทยพร้อมที่จะส่งออกไปยังประเทศอิรัก ฉะนั้นเรื่องของการ QC จึงเป็นส่วนที่สำคัญและต้องให้ความสนใจเป็นอันดับแรกคะ

ข้อมูลอ้างอิง : www.newdatatoday.com

Related posts