You are here
Hot Topics Last News Top News 

อิรักฮึกเหิมสหรัฐพร้อมทำสงคราม

จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต ปี พ.ศ.2533 อิรักได้เข้ายึดครองประเทศคูเวต ซึ่งสหรัฐอเมริกาโกรธมากและได้นำกำลังของฝ่ายพันธมิตร เข้าจู่โจมและผลักดันทหารของอิรักกลับประเทศ จนนำมาซึ่งสงครามอ่าวครั้งที่ 1 ในปี พ.ศ. 2534 หลังจากที่อิรักแพ้สงครามในครั้งนี้ คณะความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ประชุมหาลืมกันและสมควรใช้มาตรการ คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแก่อิรัก พร้อมให้อิรักทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอำนาจในการทำลายสูงและขีปนาวุธโจมตีระยะไกลทิ้ง ไม่ให้พัฒนาหรือแสวงหาอาวุธใหม่ จัดตั้งพื้นที่เขตปลอดทหารและจัดเตรียมคนจากสหประชาชาติไปตรวจสอบอาวุธร้ายแรงของอิรักว่ายังมีเหลือหรือกำลังผลิตอยู่หรือไม่ ในระยะเวลา 12 ปีที่ใช้มาตรการค่ำบาตร แต่อิรักก็ไม่ทำตามคำสั่งมากเท่าไหร่ ชอบทำอะไรตามใจและละเมิดมติสหประชาชาติมาโดยตลอด สหรัฐอเมริกาจึงคิดว่าควรจะใช้มาตรการอื่นทน เพราะมาตรการคว่ำบาตร ทางเศรษฐกิจใช้ไม่ได้ผลกับอิรักแน่นอน ในเรื่องของการตรวจสอบอาวุธก็เหมือนกัน อิรักได้ซ่อนโรงงานที่ผลิตนิวเคลียร์และขีปนาวุธไว้อีกด้วย คณะตรวจสอบไม่สามารถเข้าถึงหลักฐานการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของอิรักได้เลย ทำให้ประเทศอิรัก สามารถพัฒนาขีดความสามารถของอาวุธได้อย่างสูงที่สุด มีอาวุธนิวเคลียร์และระเบิดเคมีชีวภาพ อิรักก็ยังไม่ยอมละความพยายามที่จะต่อสู้กับสหรัฐเลยแม้สักครั้ง ต่อมา เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ได้การก่อเหตุวินาศกรรมขึ้น โดยมีเครื่องบินตกลงมาใส่อาคาร เวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ และอาคารเพนทากอน ที่ตั้งของกห. สหรัฐอเมริกา สหรัฐทำสงครามกับประเทศที่ให้การสนับสนุนกับผู้ก่อการร้าย โดยเริ่มปฏิบัติการค้นหาจากประเทศอัฟกานิสถาน แม้จะล้มล้างระบบของตาลีบันสำเร็จ แต่ก็ยังจับแกนนำคนสำคัญอยู่ก็คือ นายโอซามา บินลาดิน ทำให้สหรัฐมุ่งประเด็นการสนับสนุนผู้ก่อการร้ายไปที่อื่น โดยขั้นต้นเพิ่งเล็งประเทศอิรักมาอันดับ 1 และประเทศอื่นๆก็คือ อิหร่าน ลิเบีย ซีเบีย จนสามารถกำจัดกลุ่มของบินลาดินได้สำเร็จ แล้วทำการประหารนายโอซามา บินลาดิน ทันที

Related posts